บทความพระเครื่อง, เหรียญหลวงพ่อ, พระเหรียญ, หลวงพ่อ, ร้านพระยอดนิยม Online ตลอด 24 ชั่วโมง

 ข่าวประชาสัมพันธ์

.............................................

 บทความพระเครื่อง

.............................................


บทความพระเครื่อง


จันทิพย์ คาดประกบ

เรื่อง บทความพระเครื่อง ประวัติหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท

     สวัสดีครับทุกๆท่าน พบกันอีกเช่นเคยกันเป็นประจำนะครับ กับผมและเว็บไซต์ร้านพระยอดนิยม(www.prayotniyom.com) และ บทความพระเครื่องดีๆที่มีประโยชน์ สำหรับเอาไว้ให้พี่ๆน้องๆทุกๆท่านได้ ศึกษา เรียนรู้ เกี่ยวกับประวัติพระเกจิอาจารย์ชื่อดังต่างๆ รวมทั้งพระเครื่อง, พระเหรียญ, พระเนื้อผง, พระเนื้อชิน, พระเนื้อดิน ฯลฯ หรือวัตถุมงคลต่างๆที่พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเหล่านี้ ได้ปลุกเสกขึ้นมาในแต่ละยุคแต่ละสมัย หลังจากที่ผ่านมา ทางผมได้นำเสนอบทความพระเครื่องเกี่ยวกับที่เกี่ยวกับประวัติ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ และพระเครื่องของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากภาคเหนือกันไปแล้วนะครับ
     และในวันนี้ผมก็จะขอพาทุกๆท่านมาทำความรู้จักกับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกท่านหนึ่ง ซึ่งในบทความพระเครื่องในตอนที่แล้วผมก็ได้มีกล่าวถึงท่านกันไปบ้างแล้ว ถ้าท่านใดได้อ่านบทความในครั้งที่แล้วก้คงจะนึกออกขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหมละครับ ใช่และครับ ในวันนี้ผมจะพูดถึงประวัติโดยสังเขปของ "หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท" นั้นเองครับ
     โดย "หลวงปู่ศุข" หรือ "พระครูวิมลคุณากร" มีชื่อเดิมว่า "ศุข" ท่านเกิดในวันจันทร์ เดือน 4 ปีวอก ปีพุทธศักราช 2390 หรือ ปีคริสต์ศักราช 1847 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท หลวงปู่ศุข มีบิดาและมารดา ชื่อนายน่วมและนางทองดี
หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท
     หลวงปู่ศุข มีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดร่วมท่านด้วยแล้ว 8 คนคือ
     1. หลวงปู่ศุข
     2. นางอ่ำ
     3. นางรุ่ง
     4. นางไข่
     5. นางสิน
     6. นายมี
     7. นายขำ
     8. หลวงพ่อปลื้ม
     ว่ากันว่าครอบครัวของหลวงปู่ศุข ไม่ใช่คนจังหวัดชัยนาท แต่เป็นเชื้อสายที่มาจากกรุงเก่าหรือก็คือพระนครศรีอยุธยา
     ชีวิตในวัยเด็กของหลวงปู่ศุข นั้นหลวงปู่ศุขมีลุงชื่อ นายแฟง ซึ่งก็เป็นพี่ชายของมารดาท่านแท้ๆ โดย ลุงแฟง แต่งงานมีภรรยาแต่ก็ไม่มีบุตรธิดา จึงได้มาขอหลวงปู่ศุขไปเป็นบุตรบุญธรรม โดยบิดากับมารดาก็ยอม หลังจากที่หลวงปู่ศุข ได้ย้ายไปอยู่กับลุงแฟง ซึ่งในขณะที่อาศัยอยู่กับลุงแฟง นั้นหลวงปู่ศุข ก็ได้ สมบุญ มาเป็นภรรยา ซึ่งสมบุญ ก็เป็นหลานสาวของลุงแฟง กล่าวกันว่าหลวงปู่ศุข ได้สมบุญมาเป็นภรรยาก็เพราะวิชาอาคม ที่หลวงปู่ศุข ในวัยฉกรรจ์ไปค้นตำราของลุงแฟงมา หลวงปู่ศุขในวัยหนุ่มก็ได้มีบุตรกับนางสมบุญ ด้วยกันหนึ่งคนชื่อนายสอน และว่ากันว่าต่อมานายสอนได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น และได้มีลูกมีหลานมากมายและโดยใช้นามสกุลว่า "เกษเวชสุริยา" หรือ "เกษเวช" ก็มีครับ
     ต่อมาเมื่อหลวงปู่ศุข มีอายุได้ 25 ปี ท่านก็ได้สมัครใจยินยอมขอเข้าอุปสมบทเอง แต่บิดาและมารดาของหลวงปู่ศุข ก็ได้มาร่วมงานอุปสมบทของท่าน เพราะเนื่องจากในสมัยการเดินทางค่อนข้างจะลำบากใช้ระยะเวลา ในการเดินทางนาน ไม่เหมือนกับปัจจุบัน ทั้งนั้นในการอุปสมบทของหลวงปู่ศุข จึงมีแต่เพียงลุงแฟง และญาติของท่านไม่กี่คนเท่านั้น
     โดยหลวงปู่ศุข ท่านก็ได้อุปสมบทที่วัดโพธิ์ทองล่าง บางเขน (ในสมัยนั้น) และได้ "พระครูเชย จนทสิริ" ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัด เป็นพระอุปัชฌายะ และหลวงปู่ศุข ก็ได้รับฉายาว่า "เกษระโร"
     โดยส่วนตัวนั้นหลวงปู่ศุข ท่านเองมีความชื่นชอบในการศึกษาร่ำเรียนวิชาอาคมเป็นอย่างมาก ท่านจึงเดินทางออกแสวงหาพระอาจารย์ เพื่อสั่งสอนวิชาอาคมให้แก่ท่านเรื่อยมา
     ภายหลังจากที่หลวงปู่ศุข ได้ศึกษาร่ำเรียนวิชาอาคม และได้ออกธุดงค์เพื่อฝึกตน จนตัวท่านมีความชำนาญดีแล้ว และในใจท่านเองในขณะนั้นก็มีความคิดถึงบิดาและมารดาเป็นอย่างมาก จึงได้ตัดสินใจเดินทางกลับมายังบ้านเกิด โดยในขณะที่ท่านเดินทางกลับมาที่จังหวัดชัยนาท บ้านเกิดนั้นท่านก็ได้ข่าวมาจากชาวบ้านว่ามารดาของท่านอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ และต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไป เมื่อท่านได้ยินดังนั้นท่านจึงไปปักกลดอยู่ที่ต้นแม่น้ำท่าจีน
     ซึ่งในบริเวณนั้นมีศาลาเก่าๆอยู่ หลวงปู่ศุข จึงได้ปักกลดอยู่ไม่ห่างจากศาลามากนัก เมื่อมีชาวบ้านเดินผ่านมาท่านก็จะถามถึงมารดาของท่านตลอด จนในที่สุดหลวงปู่ศุขท่านก็ได้พบกับมารดาของท่านและครอบครัว ในครั้งแรกที่พบกันไม่มีใครจำหลวงปู่ศุขได้เลย เพราะจากกันไปนานตั้งแต่ท่านยังเด็กๆ หลังจากนั้นเองก็มีชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านได้ช่วยกันสร้างกุฏิให้กับหลวงปู่ศุข
     จนในที่สุดหลวงปู่ศุขกับชาวบ้าน ก็ร่วมแรงร่วมใจ กันสร้างจนเป็นวัดสำเร็จในที่สุด และหลวงปู่ศุขท่านก็ได้ตั้งชื่อให้กับวัดนี้ว่า "วัดอู่ทองปากคลองมะขามเฒ่า" แต่ต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดปากคลองมะขามเฒ่า"
     หลวงปู่ศุข ได้มรณภาพลงในวันจันทร์ที่ 21 มกราคม ปีพุทธศักราช 2466 หรือในปีคริสต์ศักราช 1923 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รวมอายุได้ 76 ปี
     กล่าวกันว่า "หลวงปู่ศุข" ท่านสามารถรู้วันมรณภาพของท่านเองด้วยครับทุกๆท่าน

อ้างอิงแหล่งข้อมูล :  สำนักพิมพ์คเณศ์พร,หนังสือหลวงปู่ศุข
Web Site เพื่อนบ้าน :  รับสอนดนตรีตามบ้าน,รับสอนดนตรี,รับสอนขิม,รับสอนดนตรี ไทย,รับสอนไวโอลิน,รับสอนดนตรีบำบัดในเด็กและผู้สูงอายุ,รับสอนดนตรีเด็กเล็ก
ร้านขายเปียโน,ร้านขายเปียโนมือหนึ่ง,ขายเปียโน,ขายเปียโนมือหนึ่ง,ร้านขายเปียโนเยอรมัน,ขายเปียโนเยอรมัน,ร้านขาย Piano,ร้านขาย Piano มือหนึ่ง,ร้านขายเปียโน C.BECHSTEIN,ร้านขายเปียโน BECHSTEIN,ร้านขายเปียโน W.HOFFMANN,ร้านขายเปียโน ZIMMERMANN,เปียโนใหม่,ร้านขายเปียโนใหม่,ราคาเปียโน,ขายเปียโน,สอนไวโอลิน,เรียนไวโอลิน,รับทำ seo,เมนูอาหาร,สูตรอาหาร,รีวิวเค้ก,รีวิวกาแฟ,Review ร้านอาหาร,Review,รีวิวเกม,รีวิวภาพยนต์,รีวิวอนิเมะ,รับโปรโมทเว็บ,รับทำ seo ราคาถูก,รับทำ seo,โปรโมทเว็บ,Review,รีวิว,Preview,พรีวิว,พรีวิว,Preview,วิธีทำ,ส่วนผสม,สูตร,เมนู,สอนขับรถ,สอนขับรถกรุงเทพกรีฑา,สอนขับรถลำสาลี,สอนขับรถพัฒนาการ,สอนขับรถศรีนครินทร์,สอนขับรถลาดพร้าว,สอนขับรถบางกะปิ,สอนขับรถรามคำแหง,เรียนขับรถที่ไหนดี,เสื้อผ้าผู้ชาย,เสื้อผ้าผู้หญิง,กระโปรง,กระเป๋า,รองเท้า,เครื่องสำอางค์,ลงประกาศฟรี,โพสต์ฟรี,ลงโฆษณา,สอนขับรถ,ท่าสอบขับรถ
พระเครื่อง พระสมเด็จ พระหลวงพ่อ พระเครื่องหลวง พระบูชา พระเหรียญ พระปิดตา พระกรุ Online ตลอด 24 ชั่วโมง